นำทาง
ล็อกอิน
Recent blog posts
New forum topics
กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้- Welcome to SMF!
โดย obavtorips ใน General Discussion
June 23, 2010, 03:43:21 AM - แนะนำตัว
โดย วิบูลย์ ใน สมาชิกแนะนำตัว
March 14, 2010, 07:36:47 PM - ทดสอบ อัลบัมรูป
โดย root ใน ข่าวประกาศต่าง
January 23, 2010, 12:01:08 AM - เรียน ท่านสมาชิกทุกท่าน
โดย root ใน ข่าวประกาศต่าง
January 14, 2010, 09:47:58 PM - ประกาศ ตอนนี้ทำการทดสอบธีมใหม่ ขอคำแนะนำด้วยครับ
โดย root ใน ข่าวประกาศต่าง
January 12, 2010, 09:44:53 PM - ประกาศทางทางเว็บไชต์
โดย root ใน ข่าวประกาศต่าง
January 11, 2010, 09:01:03 PM - พี่หอย ธีม นี้เป้นไงบ้าง ช่วยออกความเห้นหน่อย
โดย root ใน General Discussion
January 10, 2010, 09:05:06 PM - เริ่มถาม
โดย author ใน General Discussion
January 10, 2010, 07:15:56 PM - test new topic
โดย tomahakw ใน General Discussion
January 10, 2010, 02:48:28 PM
สมาชิกที่ออนไลน์
Counter
- Site Counter: 9,527
- Unique Visitor: 1,691
- Registered Users: 25
- Unregistered Users: 5
- Blocked Users: 0
- Published Nodes: 53
- Unpublished Nodes: 2
- Your IP: 60.217.248.146
- Since: 2010-01-11 13:15:06
ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ประวัติชมรมพุทธศาสน์
ในช่วง พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งในขณะนั้น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม มีนิสิตและคณาจารย์กลุ่มหนึ่งซึ่งมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามีความเห็นร่วมกันในการที่จะจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติมาแต่ครั้งบรรพกาลนั้นให้มั่นคงและขจรขจายไป อีกทั้งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับบรรดานิสิตผู้แสวงหาปัญญาคือความรอบรู้ในเชิงวิชาการอันเป็นความรู้ในทางโลก ซึ่งมาจากทั่วทุกสารทิศให้ได้มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และได้ศึกษาอบรมจิตใจตนเองในทางธรรมเพื่อความเป็นปัญญาชน เป็นบัณฑิตผู้มีความเจริญทางปัญญญาทั้งในทางโลกและทางธรรม สมดังปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า "พหูนํ ปณฺฑิโตชีเว" ตลอดถึงบรรดาคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นชมรมขึ้นโดยในขณะนั้นใช้ชื่อชมรมว่า "ชมรมพุทธศาสน์และประเพณี" โดยได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ทั้งสองท่านนี้ รับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ในครั้งนั้นที่ทำการของชมรมตั้งอยู่ที่ อาคาร ๑ ชั้น ๔ หรือตึกคณะการบัญชีและการจัดการในปัจจุบัน(มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ในเมือง ฝั่งเดียวกันกับตึกโบสถ์)
ท่านอาจารย์ทั้งสองนับว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อชมรมมาก ด้วยว่าได้ร่วมกันบุกเบิกจนเกิดมีชมรมนี้ขึ้น ต่อมาท่านอาจารย์ อัมพร สุขเกษม ลาศึกษาต่อ จึงเป็นเหตุให้ท่านอาจารย์ รัถพร ซังธาดา เป็นที่ปรึกษาให้กับชมรมเพียงท่านเดียว
ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ชมรมได้ย้ายมาอยู่ที่ทำการแห่งใหม่ คือ ที่"เรือนไทยอีสานตัวอย่าง" ซึ่งที่ตั้ง อยู่ในอาณาบริเวณพื้นที่ด้านหลังของตึกคณะบัญชีและการจัดการ(มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ในเมือง)นั่นเอง
จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๓๐ ชมรมได้รับความเมตตาจากท่าน รศ.ดร.นารีรัตน์ รักวิจิตรกุล รับเป็นที่ปรึกษาให้กับชมรมและได้เปลี่ยนชื่อชมรมจาก "ชมรมพุทธศาสน์และประเพณี" มาเป็น "ชมรมพุทธศาสน์"
ที่ทำการชมรมยังคงเป็นอาคารเรือนไทยอีสานตัวอย่างหลังเดิมซึ่งก็ได้รับการบูรณะเรื่อยมา จนกระทั่งประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงได้ย้ายที่ทำการชมรมใหม่อีกครั้งเนื่องจากอาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรมมาก และพื้นที่โดยรอบค่อนข้างคับแคบ ที่ทำการแห่งใหม่นี้อยู่ในอาณาเขตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ในเมือง(ฝั่งตรงกันข้ามกับที่ตั้งเดิมของชมรม) ทิศเหนือติดกับอาคารพละศึกษาปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น....ทิศตะวันออกติดกับถนน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นสนามเทนนิส และลานกีฬา ส่วนด้านทิศใต้และทิศตะวันตกโอบล้อมด้วยสนามหญ้าเขียวขจี และบรรดาต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มของคณะเทคโนโลยีฯ และคณะแพทย์ฯ อาคารชมรมหลังใหม่นี้ได้รับความเมตตาจากองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างจำนวนมาก องค์ท่านนับว่าเป็นพระบูรพาจารย์ของชมรม ด้วยว่าเมตตาธรรมขององค์ท่านที่มีต่อชมรมตั้งแต่ยุคแรกๆเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนั้นมากมายเกินประมาณที่ข้าพเจ้าจักนำมากล่าวให้ทราบได้
นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน กว่า ๓๐ ปี ที่ผ่านมา ชมรมได้มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนามาโดยลำดับพร้อมๆกับการเติบโตของมหาวิทยาลัย และยังคงทำหน้าที่เป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา อันเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป





ประมวลภาพเก่าๆ ในหลวง กับ หลวงปู่ขาว อนาลโย
ประมวลภาพเก่าๆ ในหลวง กับ หลวงปู่ขาว อนาลโย
ขอเชิญร่วมสร้างพระอุโบสถวัดป่าโพธิญาณ(วัดเขื่อน)
ขอเชิญร่วมสร้างโบสถ์ วัดป่าโพธิญาณ ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
ประวัติวัดป่าโพธิญาณ (วัดเขื่อน)
วัดป่าโพธิญาณ ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร เป็นวัดสาขาที่ 8 ของวัดหนองป่าพง เรียกวัดนี้โดยย่อว่า “วัดเขื่อน” ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2513 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในสมัยนั้นได้กราบขอเมตตาจากหลวงปู่ชา สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง ให้มาสร้างวัดในพื้นที่ป่าสงวน 2,500 ไร่ เพื่อเป็นการรักษาพื้นที่ป่าสงวนรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธรไม่ให้ถูกบุกรุกจากชาวบ้าน กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างศาสนสถานได้ 15 ไร่ หลวงพ่อชาได้พาคณะศิษย์มาบุกเบิกสร้างวัดเขื่อน ซึ่งในระยะแรกต้องเดินทางด้วยทางเรือเท่านั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 สามารถเดินทางโดยรถยนต์บนทางหลวงหมายเลข 217 (สายอุบล-ช่องเม็ก) ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 90 กิโลเมตร ก่อนถึงด่านช่องเม็ก 2 กิโลเมตร ด้านขวามือมีถนนเข้าสู่วัดระยะทาง 3 กิโลเมตร
การสร้างโบสถ์
คำปรารภ…ของหลวงพ่อชา สุภัทโท
ทุกครั้งที่หลวงพ่อชา มาพักผ่อนปลีกวิเวก ณ วัดเขื่อนแห่งนี้ องค์ท่านจะปรารภเสมอ ๆ ว่า
“ให้ช่วยกันดูแลรักษาสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม เป็นที่วิเวกดี”
ตลอดระยะเวลา 40 ปี ที่คณะสงฆ์วัดเขื่อนได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติธรรมที่วัด มีคณะศรัทธาทั้งชาวบ้านมาร่วมปฏิบัติธรรมประจำปีจำนวน 300-500 คน ระหว่างวันที่ 3-7 มีนาคม ทุกปี และข้าราชการ นิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ จนได้รับการประกาศเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอุบลราชธานีแห่งที่ 4 และประจำอำเภอสิรินธร สถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมใช้พื้นที่ใต้ร่มไม้ริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีปัญหามากในกรณีที่มีฝนตก ส่วนศาลาบนแพลอยน้ำใช้สำหรับเป็นที่ฉันภัตตาหาร และสวดมนต์ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น สามารถจุคนได้ประมาณ 100 คน
หลวงพ่อบุญชู ฐิตคุโณ พรรษา 46 เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิญาณ (ศิษย์รุ่นแรกที่มาบุกเบิกสร้างวัดกับหลวงพ่อชา) พิจารณาเห็นความจำเป็นที่วัดจะต้องมีโบสถ์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม โดยดำริที่จะสร้างโบสถ์ 2 ชั้น ขนาดกว้าง 17 เมตร ยาว 40 เมตร งบประมาณเบื้องต้นประมาณ 25 ล้าน โดยได้เริ่มก่อสร้างต้นปี 2552 ใช้เวลาก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3 ปี
ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสร้างโบสถ์ ซึ่งเป็นถาวรวัตถุในพุทธศาสนาเพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม การก่อสร้างโบสถ์ครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก
จึงขอเชิญชวนท่านแสดงความจำนงค์ที่จะบริจาคอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ของการก่อสร้าง
การบริจาค
1. บริจาคทางธนาณัติ
ในนาม หลวงพ่อบุญชู ฐิตคุโณ วัดป่าโพธิญาณ ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 34350
2. โอนเงินเข้าบัญชี วัดป่าโพธิญาณ
ธนาคารกรุงเทพ สาขาวารินชำราบ เลขบัญชี 257-4-37449-8
ธนาคารกรุงไทย สาขาวารินชำราบ เลขบัญชี 314-0-26721-5
3. โอนเงินเข้าบัญชี ผ้าป่าสร้างโบสถ์วัดป่าโพธิญาณ
โดย รศ.ดร.นารีรัตน์ รักวิจิตรกุล ธนาคารทหารไทย สาขามหาสารคาม เลขบัญชี 438-2-33366-6
ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณแม่สุนีย์ ชาตรูปะมัย 089-722-6248
รศ.ดร.นารีรัตน์ รักวิจิตรกุล 081-601-7131
ที่มา : http://www.palapanyo.com/content/node/377
ความคิดเห็นล่าสุด
34 นาที 7 วินาที ก่อน
44 นาที 23 วินาที ก่อน
53 นาที 28 วินาที ก่อน
1 ชั่วโมง 33 นาที ก่อน
1 ชั่วโมง 40 นาที ก่อน
2 ชั่วโมง 51 วินาที ก่อน
2 ชั่วโมง 1 นาที ก่อน
2 ชั่วโมง 5 นาที ก่อน
2 ชั่วโมง 28 นาที ก่อน
2 ชั่วโมง 29 นาที ก่อน